วันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2559

รถคุณ "โคมไฟเหลือง" แบบไหน ?



1. เหลืองคราบ (เหลืองด้านนอก) 
เกิดจาก ละอองน้ำมันของถนน ช่วงกลางวันระเหยขึ้นเป็นไอเย็น เมื่อกลางคืนเราเปิดไฟหน้า ความร้อนของหลอดไฟ จะทำให้ไอเย็นนั้นเกาะจับที่หน้าโคมเป็นคราบ และค่อยๆ ขุ่นเหลืองมากยิ่งขึ้น หากรถคุณเป็นอาการนี้ ไม่ต้องกัววลค่ะ  สามารถขจัดคราบออกทำให้กลับมาใสได้เหมือนเดิม ด้วยเทคนิคมากมาย ไว้ติดตามกันในตอนต่อไปนะคะ



2. เหลืองใน (เหลืองในโคม) 
มักพบจากซีลยางรอบๆ โคมนั้นรั่ว  มีรูอากาศเล็กๆ ความชื้นเข้าได้ จนเกิดสนิมภายในหากรถโดนน้ำฝน หรือ เวลาล้างรถ น้ำก็สามารถเข้าได้  นานเข้าสนิมเหล่านั้น ก็ทำให้โคมเหลือง ค่ะ อาการนี้ หากต้องการขัดหรือเปลี่ยนโคมใหม่  แนะนำให้ใช้บริการกับช่างผู้ชำนาญการถอดหรือใส่  เพื่อป้องการโคมกลับมารั่วอีกนะคะ



3. เหลืองเนื้อ (เหลืองที่โคม) 
เกิดจากอายุการใช้งานของโคมที่นานหมดอายุ มักเกิดขึ้นกับรถที่มีอายุ การใช้งานเกิน 10 ปีขึ้นไป เนื่องจากโคมไฟส่วนใหญ่ ในปัจจุบันไม่ใช่แก้ว แต่เป็นพลาสติกชนิดหนึ่ง เรียกว่า อะคิริค เวลาใช้ไปนานๆ อะคิริคแปรสภาพเปลี่ยนโมเลกุลไป ทั้งความร้อนจากแสงอาทิตย์ หรือหลอดไฟจนเกิดอาการเหลืองขุ่นมัวได้ เช่นนี้ ก็แนะนำให้เปลี่ยนโคมใหม่ไปเลยค่ะ



ตอนนี้ รู้แล้วว่ารถเราโคมเหลืองแบบไหน ควรรีบแก้ไขทันทีกันดีกว่าค่ะ อย่าปล่อยให้โคมไฟเหลืองมัว เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพในการมองเห็นลดลง ยิ่งใกล้สงกรานต์แล้ว ขับรถทางไกล  หรือใกล้ไฟส่องทางสว่างเข้าไว้  ก็เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ได้นะคะ ^_^


เยี่ยมชมเพจ และ เวปไซด์ kk light by Muay กดเลยจ้า



วันพุธที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2559

4 ขั้นตอน การใช้ครีมขัดไฟหน้ารถ KK light super clean



4 ขั้นตอน การใช้ครีมขัดไฟหน้ารถ KK light super clean 

สิ่งที่ต้องเตรียม :  ครีมขัดไฟหน้ารถ 1 ตลับ  และผ้า 2 ผืน 

ขั้นตอน :
1. ให้ทำความสะอาดโคมไฟเสียก่อน



2. ใช้ครีมขัดไฟ KK light super clean เพื่อทำความสะอาด



3. แบ่งโคมไฟ ออกเป็น 3 ส่วน  
ใช้ นิ้ว หรือ ผ้า แตะครีม แล้วนำไปป้ายที่โคมไฟ เกลี่ยให้ทั่วในส่วนที่ 1



4 ใช้ผ้า 2 ผืน ทำการขัดโคมไฟ



   4.1 เมื่อแบ่งโคมไฟ ออกเป็น 3 ส่วนแล้ว (แนะนำว่า ควรทำทีละส่วน)  โดยใช้ผ้า (ผืนที่ 1 ) ขัดหมุนวนเป็นก้นหอย ในส่วนที่ 1  เมื่อคราบสกปรกติดผ้าให้ขยับตำแหน่งผ้าไปเรื่อยๆ (ไม่ควรนำผ้าที่ติดคราบสกปรกออกมาใช้ซ้ำกับส่วนอื่นๆ คะ)และให้ขัดในส่วนที่ 2 และส่วนที่ 3  เหมือนกับส่วนแรกค่ะ

   4.2 เมื่อขัดครบทั้งโคมแล้ว ให้ใช้ผ้าผืนที่ 2. เก็บรายละเอียดและความเรียบร้อย เช็ดถูวนทั้งโคมอีกครั้งจะเห็นความสว่างใส่ได้ทันทีค่ะ


คำแนะนำ : ผ้าที่ใช้ขัด ควรซักทำความสะอาดทุกครั้งก่อนนำกลับมาใช้ใหม่คะ


ชมคลิปการขัด‎โคมไฟหน้ารถเหลืองๆ‬ ให้สว่างใส  
ภายใน 1 นาที ด้วยครีม 1 ตลับกับผ้า 2 ผืน  
(ชมคลิปจบ ขัดเป็นทุกคน) ง่าย & สะดวก



เยี่ยมชมเพจ และ เวปไซด์ kk light by Muay กดเลยจ้า

5 คำถาม ยอดฮิต



5 คำถาม ยอดฮิต ของครีมขัดไฟ kk light super clean

1. ขัดออกจริงไหม?
ครีมขัดไฟของเรา รับประกันการขัดออกคราบจาก
"เหลืองนอก" 100% ค่ะ ซึ่งเป็นคราบที่เกิดจาก
ละอองน้ำมัน ของถนนระเหยจับเกาะที่โคมไฟทุกวัน
ขณะที่เปิดไฟหน้ารถ เกิดการสะสมทุกวันจนโคมขุ่นมัว
ครีม kk light super clean ขจัดคราบนี้ ได้แน่นอนค่ะ




2. ขัดแล้วจะกลับมาขุ่นเหลืองอีกไหม?
ถ้าเรายังใช้รถเป็นประจำ อาการเหลืองนอก หรือ
เหลืองคราบ ย่อมเกิดขึ้นเป็นประจำทุกวันเช่นกันค่ะ
คงหลีกเลี่ยงการเกาะจับของ ละอองน้ำมันบนถนนไม่ได้
แต่เราสามารถ ขัดไฟหน้ารถอย่างสม่ำเสมอได้ อย่างน้อย
เดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อให้โคมไฟของเรามีความสว่างใส
อยู่เสมอ ค่ะ




3. ครีม 1 ตลับ ใช้ได้กี่ครั้ง กี่โคม กี่คัน?
ครีมขัดไฟ ขนาดจิ๋ว แต่ แจ๋ว ของเรา มีปริมาณ 5 กรัม
ที่เพียงพอต่อการขัด 2 โคมหน้า กับรถที่โคมไฟขนาดปกติ
แต่หากรถที่มีโคมไฟใหญ่เป็นพิเศษ เช่น ฟอร์ดเฟียสต้า
ซูซูกิสวิฟท์ โตโยต้าวิช แนะนำให้ใช้ 2 ตลับค่ะ ครีมเหลือ
ควรเก็บให้พ้นแสงแดด หรือบริเวณที่มีความร้อนสูง
หากเป็นตลับที่เปิดใช้แล้ว ไม่ควรเก็บไว้ เพราะอากาศ
เข้าหรือความชื้นเข้า จะทำให้ครีมแปรสภาพได้
ควรใช้ให้หมด 1ตลับต่อการขัด 2 โคมนะคะ




4. โคมไฟมีรอยคราบแล็กเกอร์ หรือฟิล์มลอก ขัดออกไหม?
แนะนำให้ เข้าศูนย์บริการรถ ใช้เครื่องขัดเพื่อเอาคราบ
เหล่านั้นออกก่อน แล้วตามด้วยครีมขัดไฟของเรา เพียงเท่านี้
ก็จะได้โคมไฟใสใหม่ๆ กลับบ้านแล้วค่ะ




5. สนใจสั่งซื้อ หรือ เป็นตัวแทนจำหน่าย ได้อย่างไรบ้าง
สั่งซื้อได้ ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ผ่านทาง FB
Fanpage line และร้านค้าตัวแทนทั่วประเทศค่ะ
สามารถจัดส่งทางไปรษณีย์ หรือ นัดรับสินค้าได้
แค่ 1 ตลับ เราก็จัดส่งให้นะคะ




เยี่ยมชมเพจ และ เวปไซด์ kk light by Muay กดเลยจ้า





7 สาเหตุทำไมโคมไฟหน้ารถ เหลือง ขุ่น มัว



รถที่ใช้ไปนานๆ สักระยะ ตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป โคมไฟหน้ารถจะออกอาการ
เป็นฝ้าขาวคราบเหลือง ขุ่น  มัว จนทำให้ไฟส่องทางไม่สว่าง  ทำให้ผู้ใช้รถ
ต้องใช้สายตาเพ่งมากกว่าปกติในการขับรถตอนกลางคืน ผลกระทบคือ
ปวดตา ปวดหัว ไมเกรน ลามไปถึงปวดเส้นประสาททุกส่วน ปวดเอว 
ปวดหลัง   ปวดคอ แต่ทราบหรือไม่คะว่า คราบที่เกิดขึ้น ทำให้โคมไม่ใสเพราะอะไร?

1. รถจอดตากแดด  
คนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่า เกิดจากสาเหตุนี้เกือบ 100%
แท้จริงแล้ว  รถจอดตากแดด ทำให้โคมเสื่อมสภาพก็เป็นได้  แต่จะมีปัจจัยอื่นๆ
ร่วมด้วยที่ทำให้โคมเหลือง เพราะโคมที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เป็น พลาสติกชนิดหนึ่ง
ที่เรียกว่า "อะคิริก" เมื่อพลาสติกโดนความร้อนจากแดด ย่อมแปรสภาพกลายเป็น
สีเหลือง ขุ่น มัว  โคมเหลืองแบบนี้ มักเจอในรถที่อายุการใช้งาน มากกว่า 10 ปีขึ้นไปค่ะ



2.  เปิดไฟหน้ารถตอนกลางคืน   
ถ้าใช้รถ ช่วงกลางคืนบ่อย  หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว ที่ต้องเปิดไฟหน้ารถ  
ความร้อนจากหลอดไฟ ก็สามารถทำให้ โคมไฟแปรสภาพ โมเลกุลของอะคิริกเปลี่ยนไป  
โคมจะค่อยๆ กลายเป็นสีเหลือง เห็นได้ชัดๆ กับรถที่ใช้ตอนกลางคืนบ่อย
กว่าตอนกลางวัน เช่น รถกะบะวิ่งบรรทุกกลางคืน  
และการเปิดไฟหน้ารถตอนกลางคืน ก็เป็นสาเหตุใหญ่ ในข้อ 3 ค่ะ



3. ละอองน้ำมันถนนเกาะ  
สาเหตุนี้ ยิ่งทำให้รถวิ่งกลางคืน  เป็นคราบเหลืองเกาะ
ได้แน่นและหนามากยิ่งขึ้น  เพราะถนนบางพื้นที่ มีส่วนผสมของ "ยางมะตอย" 
ช่วงกลางวัน แดดเผา เกิดเป็น "ไอละอองน้ำมัน"  ลอยอยู่ในอากาศ
ตกกลางคืน ละอองน้ำมันนั้นกลายเป็น ไอเย็น  เวลาเปิดไฟหน้ารถ โคมจะเกิดความร้อน
ไอละอองน้ำมัน ที่ลอยในอากาศจะ "ปะทะ" กับ โคมไฟ  เกิดการเกาะจับคราบละอองน้ำมัน
สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นคราบเหลือง หนา ในที่สุด  มักพบกับรถที่วิ่งกลางคืนเป็นประจำ
เช่น รถแท็กซี่ เป็นต้น  ยิ่งเปิดไฟ ยิ่งร้อน ยิ่งเกาะจับ นะคะ



4. เขม่าท่อไอเสีย จากรถคันหน้า   
อยากจะรวมถึงมลพิษทางอากาศทุกชนิด ควันเสียจาก
โรงงานอุตสากรรมที่ลอยอยู่ในอากาศ  สิ่งเหล่านี้ ก็มีโอกาสเกาะจับหน้าโคม ทำให้โคม
กลายเป็นคราบเหลืองหนาได้  แบบนี้แก้ไขไม่ยาก เพราะเป็นการเหลืองจากด้านนอกค่ะ



5. น้ำยาเคลือบโคมไฟเสื่อมสภาพ 
ที่หลายๆ คนเรียกว่า "แลกเกอร์"ลอกลักษณะจะเป็น ฟิล์มใสๆ 
เหมือนพลาสติกเคลือบอยู่หน้าโคม  เมื่อรถใช้ไปนานๆ
ทั้งจอดตากแดด โดนความร้อนจากหลอดไฟ เจอเขม่าท่อไอเสีย มลพิษต่างๆ 
น้ำยาก็แปรสภาพเป็นสีเหลืองอีกเช่นกัน  หากไม่มีการดูแลรักษา
แลกเกอร์นั้น ก็จะแตกลายงา ลอกเป็นคราบๆ หน้าโคมไฟ  คนรักรถหลายคน
จะรู้สึกขัดตา ขัดใจ  สามารถใช้กระดาษทรายขัดออก แต่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
ควรให้ช่างผู้ชำนาญแก้ไขให้ดีกว่านะคะ



6. ความชื้นในอากาศเข้าไปที่โคมไฟ   
ความชื้นเข้าได้ เพราะซีลยางที่อยู่รอบๆ โคมไฟเสื่อมสภาพ 
เมื่อเราล้างรถ หรือ ฝนตก  แม้เป็นเพียงรอยรั่ว
เล็กๆ  ที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น อากาศหรือความชื้นก็สามารถเล็ดลอด
เข้าไปได้ แบบนี้ ทำให้ เบ้าไฟด้านในเป็นสนิม กระจายเกาะติดที่โคมไฟ
ด้านใน จนกลายเป็นสีเหลือง  เรียกว่า "เหลืองใน"  เรื่องใหญ่มาก เช่นนี้
หากต้องการขัด ก็ต้องถอดทั้งโคมออกมาขัดด้านใน แล้วนำใส่กลับเข้าไปใหม่ 
ถึงอย่างไรก็ควรระวัง การซีลซิลิโคนรอบโคมอีกครั้ง ต้องมั่นใจว่า จะไม่รั่วอีก 
หรือ ถ้าไม่อยากถอดขัดก็เปลี่ยนโคมใหม่ไปเลยค่ะ  ^_^



7. ติดไฟซีนอน และ โปรเจกเตอร์  
ติดไฟ 2 ประเภทนี้ อนุภาพความร้อนสูงมาก 
เป็นสาเหตุทำให้ อะคิริคเสื่อมเร็ว  คล้ายๆ เหมือน เราเอาแท่งเทียนจุดไฟลนวัตถุ
ที่เป็นพลาสติก   จะเห็นว่า พลาสติกโดนความร้อนแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงละลาย
การติดไฟซีนอน และโปรเจกเตอร์ เป็นการเพิ่มความสว่าง แต่ก็เพิ่มความร้อนให้กับโคม
เช่นกัน  จะเห็นฝ้า หรือ จุดขาวๆ ด้านใน บริเวณที่หลอดไฟส่องออกมา
หากโคมมีอาการแบบนี้  ทำใจเลยค่ะ  รอเปลี่ยนโคมใหม่อย่างเดียว 555+
เพราะยังไม่มีน้ำยาใดๆ ขัดออกได้ เมื่ออะคิริคมันแปรสภาพไปแล้ว



ทั้งนี้ ทั้งนั้น โคมไฟจะเปลี่ยนสภาพ เหลืองนอก เหลืองใน หรือเหลืองเนื้อ 
และเกิดอาการเหลืองต่างๆ ได้นั้น ขึ้นอยู่กับ การใช้รถ และ การดูแลรักษารถ 
แม้แต่ รถที่ซื้อมาใหม่ ๆ ก็สามารถเกิด "คราบเหลือ" ได้ค่ะ เพราะ ละอองน้ำมันถนน
เขม่าท่อไอเสีย เกาะจับทุกวัน รู้อย่างนี้แล้ว   อย่าปล่อยให้โคมไฟ เหลือง ขุ่น มัว จน 
ขัดไม่ออก แล้วต้องเปลี่ยนโคมใหม่ ซึ่งถึงตอนนั้น  การเปลี่ยนโคมไฟใหม่ ต้องใช้เงิน 
หลายๆ พัน เลยทีเดียว  ลองสำรวจโคมไฟหน้ารถตัวเองดู  วันนี้ เกิดอาการเหลืองแบบไหนกันค่ะ ^_^



เยี่ยมชมเพจ และ เวปไซด์ kk light by Muay กดเลยจ้า